นี่สิ! ห้องเรียน4.0

หมดยุคการเรียนการสอน หน้ากระดาน เขียนให้เด็กอ่าน ท่องจำเป็นนกแก้วนกขุนทอง กันแล้ว อย่าลืมว่า สมัยนี้เรามีตัวช่วยชั้นดีในนามของเทคโนโลยีที่จะทำให้อะไรๆ ก็ง่ายและสนุกมากขึ้น โดยเฉพาะ อินเทอร์เน็ตที่เด็กๆ คนไหนก็ต้องรู้จัก ที่สำคัญ คือ ติดงอมแงม แต่ในทาง กลับกัน เราก็สามารถนำเจ้าสิ่งนี้มาใช้ ให้เกิดประโยชน์ได้ด้วยเช่นกัน

เช่นโครงการพัฒนาศักยภาพครู ศึกษานิเทศก์ แกนนำเด็กและเยาวชน ในการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาความเป็นพลเมือง “อ่านสื่อรู้ ดูสื่อเป็น เห็นสื่อต่าง สร้างสื่อได้” หรือเรียกสั้นๆ ว่า โครงการ TT TeacherTraining for Digital and Literacy โดย มูลนิธิอินเตอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ภายใต้การสนับสนุนของสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัวสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ก็คือตัวอย่างชั้นดีถึงการฉลาดใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ ดร.ศรีดา ตันทะอธิพานิช ผู้จัดการมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ในฐานะผู้จัดการโครงการพัฒนาศักยภาพ ครูฯ เล่าถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ ดังกล่าวว่า เนื่องจากสื่อออนไลน์และ สื่อดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในสังคมไทยและสังคมโลกมากขึ้น การสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนรู้เท่าทันสื่อเพื่อให้สามารถใช้สื่อต่างๆ ได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ จึงเป็นเรื่องจำเป็น โครงการ TT จึงมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาศักยภาพครูเพื่อให้สามารถใช้ข่าวสาร สื่อ และแหล่งเรียนรู้รอบตัว โดยเฉพาะสื่อดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือในการเรียนการสอนให้แก่นักเรียนได้ แต่โครงการจะสำเร็จได้มี “ครู” เป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุด จึงเป็นเหตุผลให้การ รับสมัครครูเข้าร่วมโครงการจำต้องมี เงื่อนไขว่า ผู้บริหารโรงเรียนต้องมีหนังสือ อนุญาตให้ครูเข้าร่วมกิจกรรมตามเงื่อนไข ที่กำหนดครบทุกครั้งตามหลักสูตร เพื่อให้ได้ครูจากโรงเรียนที่สามารถขยายผลและเป็นแกนนำให้ครูอื่นๆ ได้จริง “เรากำหนดเงื่อนไขว่า ครูแกนนำ จะต้องพัฒนาแกนนำเด็กและเยาวชน เพื่อขยายผลไปสู่กลุ่มเพื่อนหรือรุ่นพี่ รุ่นน้องในโรงเรียน ขณะเดียวกันครูแกนนำก็ต้องขยายผลไปสู่ครูโรงเรียนอื่นๆ ด้วย ซึ่งนอกจากการรู้เท่าทันสื่อ และ ใช้สื่อได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์แล้ว เรายังมุ่งหวังให้ครูสามารถใช้สื่อดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการเรียนการสอนได้ด้วย และเป็นที่น่าดีใจว่า นอกจากเครื่องมือที่ทางโครงการ TT นำเสนอให้ ครูที่เข้าร่วมโครงการฯ ยังค้นหาเครื่องมือใหม่ๆ และนำมาแบ่งปันในกลุ่มเพื่อนครูด้วยกันเอง” ดร.ศรีดา กล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth